แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การป้องกัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การป้องกัน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

รักสุขภาพ ให้ลด/งดอาหารเค็ม

ความเค็มในอาหารที่เรากินกันอยู่ในทุกวันนี้มาจากโซเดียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่อยู่ในกลุ่มเกลือแร่ ที่คนทั่วไปมักรู้จักในรูปโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือแกงนั่นเอง

ความต้องการโซเดียมแต่ละวัน อยู่ที่ 2,400 มก./วัน หรือเกลือแกงไม่เกิน 1 ช้อนชา/วัน



ลดเค็มวันนี้เพื่อ...ชีวียืนยาว
1.ชิมอาหารทุกครั้งก่อนที่จะมีการเติมเครื่องปรุงรสทุกชนิด
2.หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัดและอาหารหมักดอง
3.เลือกบริโภคอาหารสดหรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เช่น บริโภคเนื้อหมูดีกว่าไส้กรอกหมูหรือหมูยอ เป็นต้น
4.หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยวที่มีเครื่องปรุงรสปริมาณมาก
5.ลดความถี่ของการบริโภคอาหารที่ต้องมีเครื่องปรุงน้ำจิ้ม เช่น สุกี้
6.ทดลองปรุงอาหารโดยใส่เกลือ น้ำปลา เครื่องปรุงรสอื่นในปริมาณเพียงครึ่งหนึ่งที่กำหนดไว้ในสูตรอาหารก่อนถ้าไม่อร่อยจริงๆ จึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณของเครื่องปรุงรส
7.เพิ่มการรับประทานผักผลไม้มากขึ้นให้ได้รวมวันละ 8-10 ส่วน
โซเดียมกับสุขภาพ  ร่างกายต้องการโซเดียมเพื่อช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำ และรักษาความเป็นกรดด่างของร่างกาย  ถึงแม้โซเดียมจะมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่การบริโภคโซเดียมมากเกินไปกลับมีผลเสียต่อร่างกาย ในทางระบาดวิทยาพบว่าการบริโภคโซเดียมปริมาณสูงมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และเมื่อบริโภคโซเดียมมากเกินไปจะทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้นในการขับโซเดียมออกจากร่างกาย และอาจทำให้เกิดอาการบวมได้

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

การป้องกันอัมพฤกษ์

การป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาตในเด็กวัยรุ่น

การออกกำลังกายและใจ
- พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรเป็นตัวอย่างการเคลื่อนไหวโดยกิจกรรมทางกาย เช่น ออกกำลังกาย ทำงานบ้านร่วมกัน เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ จัดสวน เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ช่วยแม่จ่ายตลาด
- ควรลดชั่วโมงดูโทรทัศน์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ให้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน
- โรงเรียนควรกำหนดให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวออกกำลังกายทุกครั้งในวิชาพลศึกษา และสุขศึกษา
- ผ่อนคลายสมอง เช่น ฝึกนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า – ออก ดูหนัง ฟังเพลง งานอดิเรก
- จัดสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น โรงเรียนควรมีโรงยิม ลานกีฬา ที่ปลอดควันบุหรี่เป็นต้น

การป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาตในผู้ใหญ่
1. ฝึกนิสัย “ชิมก่อนเติม กินอาหารรสชาติพอดี”  คนที่ชินกับรสหวาน รสเค็ม ต้องค่อยๆลดปริมาณลงมา ให้คนอื่นช่วยชิม หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล และเกลือในปริมาณมาก เช่น ผลไม้ รสจัด น้ำอัดลม น้ำปลา อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ของหมักดอง
   น้ำตาล (ไม่เกิน 5 ช้อนชา/วัน) เกลือ (ไม่เกิน 1 ช้อนชา/วัน) อาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง เช่น เครื่องในสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก หนังไก่ ขาหมู ของทอด น้ำมันหมู
2. เลิกบุหรี่ ลดปริมาณแอลกอฮอล์
    ชาย ไม่เกิน 2 แก้ว/วัน หญิง ไม่เกิน 1 แก้ว/วัน
3. ควบคุมให้มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ดังนี้
    รอบเอวผู้หญิงไม่เกิน 80 ซ.ม. รอบเอวผู้ชายไม่เกิน 90 ซ.ม.
4. กินผักผลไม้ (รสไม่หวานจัด) เพราะมีกากใยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย เช่น มะละกอ ฝรั่ง ชมพู่
   ผักสด 5 ทัพพี/วัน ผักสุก 9 ช้อนโต๊ะ/วัน
5. เคลื่อนไหวออกกำลังกาย เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน โยคะ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และสม่ำเสมอ
6. จัดการความเครียดในแต่ละวัน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง คุยกับเพื่อน ทำงานอดิเรก ทำสมาธิ
7. ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็คร่างกาย วัดความดัน ตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง
8. ค่าความดันดลหิต และน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในค่าปกติอยู่เสมอนั่นคือ 
ค่าความดันโลหิตปกติ น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ค่าน้ำตาลปกติ น้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิเมตร